Print This Email This
ธุรกิจของบริษัท

บริษัท ฮอท พอท จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ประกอบธุรกิจร้านอาหาร โดยร้านอาหารส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ ภายใต้แนวคิด “All You Can Eat” หรือ “อิ่มได้ไม่อั้น” ประกอบด้วย ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ประเภทสุกี้ ชาบู ภายใต้แบรนด์ “ฮอท พอท” และร้านอาหารบุฟเฟ่ต์แนวปิ้งย่างและชาบูสไตล์ญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์ “ไดโดมอน” นอกจากนั้นยังมีร้านอาหาร Casual Dining เสิร์ฟสเต๊ก และอาหารฟิวชั่น แบบ A La Carte (การสั่งอาหารที่มีอยู่ในเมนู) ภายใต้แบรนด์ “ซิกเนเจอร์”

ปัจจุบัน บริษัทได้เปิดให้บริการร้านอาหารทั้งหมด 4 แบรนด์ ดังนี้

ฮอท พอท อินเตอร์ บุฟเฟต์

ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ เสิร์ฟสุกี้ ชาบูและอาหารนานาชาติหลากหลายสไตล์กว่า 100 รายการ รวมทั้งขนมหวาน ไอศกรีม และเครื่องดื่ม ในราคา 379 บาทต่อคน (รวมเครื่องดื่ม) จำกัดเวลาในการรับประทาน 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยในบางสาขาลูกค้าสามารถเพิ่มเตาปิ้งย่าง รับประทานแบบต้มและปิ้งย่างบนโต๊ะเดียวกัน โดยเพิ่มราคา 40 บาทต่อคน

ฮอท พอท บุฟเฟต์ แวลลู

บุฟเฟ่ต์นานาชาติ สุกี้ ชาบูและอาหารหลากหลายสไตล์ รวมทั้งขนมหวาน ไอศกรีม เน้นความคุ้มค่าโดยการตั้งราคาที่ถูก ในราคา 319 บาทต่อคน (รวมเครื่องดื่ม) และไม่จำกัดเวลาในการรับประทาน (ยกเว้นบางสาขาที่จำกัดเวลาในการรับประทาน 1 ชั่วโมง 30 นาที)

บริษัทได้ปรับปรุงร้านอาหารแบรนด์ ฮอท พอท บุฟเฟ่ต์ แวลลู ทั้งหมด และปรับเปลี่ยนเป็น แบรนด์ ฮอท พอท อินเตอร์ บุฟเฟ่ต์ โดยดำเนินการแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ของปี 2557

ฮอท พอท เพรสทีจ

บุฟเฟ่ต์นานาชาติระดับ 5 ดาว หลากหลายด้วยเมนูอาหารนานาชาติระดับพรีเมี่ยม พร้อมเสิร์ฟบนบาร์อาหารมากกว่า 100 เมนู เน้นบรรยากาศที่หรูหราและวางตำแหน่งทางการตลาดที่สูงกว่าแบรนด์อื่น ๆ ในราคา 519 บาทต่อคน (รวมเครื่องดื่ม) และจำกัดเวลาในการรับประทาน 1 ชั่วโมง 45 นาที

ท้้งนี้ บริษัทได้ปรับเปลี่ยนแบรนด์ ฮอท พอท เพรสทีจ ซึ่ง มีอยู่เพียงสาขาเดียว ตั้งอยู่ภายในห้างเซ็นทรัลพลาซา บางนา เป็นแบรนด์ ฮอท พอท อินเตอร์ บุฟเฟ่ต์ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2558 เป็นต้นไป

ฮอท พอท สุกี้ ชาบู

ร้านอาหารสุกี้ ชาบู แบบ A La Carte (การสั่งอาหารที่มีอยู่ในเมนู) เป็ดย่าง และน้ำจิ้มรสเลิศ“สูตรเด็ด” ตามสไตล์ดั้งเดิมของฮอท พอท ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านอาหารเกือบทั้งหมดมาเป็นสไตล์บุฟเฟ่ต์

ฮอท พอท ราเมน บุฟเฟต์

ร้านราเมนแบบใหม่สไตล์ญี่ปุ่น ที่ให้บริการแบบบุฟเฟ่ต์บนบาร์อาหาร ในราคา 299 บาทต่อคน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) และไม่จำกัดเวลาในการรับประทาน

ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับเปลี่ยนร้านอาหารแบรนด์ ฮอท พอท ราเมน บุฟเฟ่ต์ ซึ่งมีอยู่สาขาเดียวที่เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 เป็นแบรนด์ ซิกเนเจอร์ สเต๊ก ลอฟต์ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2557

ไดโดมอน

ร้านอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารอื่น ๆ ที่หลากหลาย ในราคา 379 บาทต่อคน (รวมเครื่องดื่ม) จำกัดเวลาในการรับประทาน 1 ชั่วโมง 30 นาที

ซิกเนเจอร์

ร้านอาหาร Casual Dining แบบ A La Carte (การสั่งอาหารที่มีอยู่ในเมนู) ที่เสิร์ฟอาหารประเภท สเต๊กซึ่งมีหลากหลายเมนู อาหารฟิวชั่น รวมทั้งเมนูสลัด สปาเก็ตตี้ ของทานเล่น พร้อมเครื่องดื่ม และของหวาน ในระดับราคาปานกลาง

นอกจากนี้ บริษัทยังให้สิทธิ (แฟรนไชส์) ในการใช้เครื่องหมายบริการ ฮอท พอท อินเตอร์ บุฟเฟ่ต์ แก่ผู้ประกอบการร้านอาหาร 1 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งได้เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2559

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทมีสาขาร้านอาหารที่เปิดดำเนินการทั้งสิ้นจำนวน 141 สาขา ประกอบด้วย ร้านฮอท พอท 113 สาขา (แบ่งเป็น ฮอท พอท อินเตอร์ บุฟเฟ่ต์ 77 สาขา ฮอท พอท อินเตอร์ บุฟเฟ่ต์ เพิ่มปิ้งย่าง 34 สาขา และฮอท พอท สุกี้ ชาบู 2 สาขา) ร้านไดโดมอน 11 สาขา และร้านซิกเนเจอร์ 17 สาขา ทั้งนี้ มี 2 สาขา ประกอบด้วยร้านสาขาแบรนด์ไดโดมอน 1 สาขา และแบรนด์ซิกเนเจอร์ 1 สาขา เปิดให้บริการวันที่ 31 ธันวาคม 2559 เป็นวันสุดท้าย

ร้านอาหารของบริษัทเกือบทั้งหมดเป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ที่เสิร์ฟบนบาร์อาหาร กระจายตัวอยู่ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ครอบคลุมทุกภาคของประเทศ โดยแบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 58 สาขา ภาคกลาง 5 สาขา ภาคเหนือ 21 สาขา ภาคตะวันออก 22 สาขา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 22 สาขา ภาคตะวันตก 5 สาขา และภาคใต้ 8 สาขา ภายในห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด ศูนย์การค้าต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการเข้าถึงของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา กลุ่มคนทำงาน และกลุ่มครอบครัวที่มีไลฟ์สไตล์ชอบความรวดเร็ว รักอิสระ ชอบรับประทานอาหารเป็นหมู่คณะ และเน้นความคุ้มค่า ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกตักอาหารที่ต้องการบนบาร์อาหารได้ด้วยตนเอง และมีอาหารหลากหลายให้เลือกรับประทาน

โรงงานหรือครัวกลางของบริษัท ตั้งอยู่ที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี บนพื้นที่ 13-0-96 ไร่ ได้ผ่านการตรวจและรับรองมาตรฐานคุณภาพการผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่ มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และมาตรฐาน HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Points) จาก Intertek Industry and Certification Services (Thailand) Ltd. โดยโรงงานหรือครัวกลางทำหน้าที่ในการสรรหาวัตถุดิบ และผลิตอาหารกึ่งสำเร็จรูป เช่น ลูกชิ้นประเภทต่าง ๆ ปลาหมึกยัดไส้ และหมูปรุงรส เป็นต้น รวมทั้งน้ำจิ้มซึ่งเป็นเครื่องปรุงรสหลักของสุกี้ ชาบู เพื่อส่งให้แก่ร้านสาขาต่าง ๆ โดยมีการควบคุมคุณภาพของอาหารและวัตถุดิบต่าง ๆ รวมทั้งรสชาติอาหาร และน้ำจิ้มให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกร้านสาขา นอกจากนั้น ยังได้มีการพัฒนาอาหารประเภทใหม่ ๆ ปรับปรุงรสชาติอาหาร และพัฒนารูปแบบอาหารแบบกึ่งสำเร็จรูป เพื่อให้ร้านสาขามีความสะดวกในการจัดเตรียมอาหาร และได้อาหารที่มีคุณภาพในมาตรฐานเดียวกัน

บริษัทมีระบบการขนส่งวัตถุดิบและอาหารจากโรงงานหรือครัวกลางไปยังร้านสาขาทั่วประเทศด้วยรถขนส่งของบริษัทเองทั้งหมด ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพ ความสดใหม่ กำหนดเวลา และต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการจัดหาภาชนะ อุปกรณ์ และเครื่องครัวให้แก่ร้านสาขาทุกแห่ง เพื่อให้เป็นมาตรฐานและเอกลักษณ์เฉพาะของบริษัท

นอกจากนั้น โรงงานหรือครัวกลางยังเป็นที่จัดเก็บวัตถุดิบทั้งของสด ของแห้ง อาหารกึ่งสำเร็จรูป เครื่องปรุง อุปกรณ์ครัวและของใช้ในร้านอาหาร เป็นต้น โดยมีการวางแผนจัดเตรียมและสำรองให้เพียงพอกับความต้องการของแต่ละสาขา

บริษัทมีการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการภายในร้านสาขาทุกแห่ง โดยจัดให้มีการฝึกอบรมพนักงานในร้านอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากพนักงานถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้งานบริการประสบความสำเร็จในการที่จะสร้างความพึงพอใจ และรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับลูกค้าเพื่อให้กลับมาใช้บริการที่ร้านอีก